ราคาเสมอ (0.0) คู่มือดูราคาบอล พร้อมวิธีคิดเงินและเทคนิคทำกำไร

ราคาเสมอ

การเริ่มต้นเข้าสู่วงการ แทงบอลออนไลน์ สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณลงเดิมพันได้อย่างแม่นยำและไม่เสียเปรียบคือการทำความเข้าใจ “ราคาต่อรอง” หรืออัตราต่อรองฟุตบอลให้กระจ่าง และหนึ่งในราคาเบสิกที่คุณจะต้องเจออยู่ตลอดเวลาบนตารางเดิมพันก็คือ ราคาเสมอ สำหรับมือใหม่ ราคาเสมอนับเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยอย่างมาก เพราะมีเงื่อนไขการคิดเงินที่ตรงไปตรงมา และมีจุดเด่นสำคัญในเรื่องการเซฟเงินทุน บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าราคาเสมอคืออะไร มีวิธีคิดเงินอย่างไร แตกต่างจากราคาอื่นๆ อย่างไร พร้อมแจกเทคนิคการวิเคราะห์เพื่อเลือกฝั่งเล่นให้ได้กำไรจริง

ทำความเข้าใจ ราคาเสมอ (0.0 / 0-0) คืออะไร

ราคาเสมอ หรือที่ในตารางบอลมักเขียนระบุไว้ว่า 0.0 หรือ 0-0 คือ ราคาต่อรองที่ ไม่มีการต่อแต้มให้แก่กัน โดยผู้กำหนดราคาหรือเว็บบอลประเมินแล้วว่า ฟุตบอลคู่นั้นๆ ทั้งสองทีมมีศักยภาพ ขุมกำลังนักเตะ ฟอร์มการเล่น และความพร้อมโดยรวมที่ใกล้เคียงกันมาก จนไม่สามารถระบุได้ว่าทีมใดเป็นทีมต่อหรือทีมรอง

หลักการจำง่ายๆ ของการแทงบอลราคาเสมอคือ “ไม่มีใครต่อ ใครชนะได้เงินทันที” คุณแค่เลือกเชียร์ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หากทีมที่คุณเลือกสามารถเก็บชัยชนะได้เมื่อจบ 90 นาที คุณก็จะได้รับเงินรางวัลทันที

สัญลักษณ์ราคาเสนอในตารางบอลออนไลน์ (0, 0.0, Draw No Bet)

เมื่อคุณเข้าสู่หน้าตารางราคาบอลสดหรือตารางแทงบอลออนไลน์ คุณจะพบสัญลักษณ์ของราคาเสมอในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามระบบของแต่ละเว็บ ดังนี้:

  • 0 หรือ 0.0: เป็นสัญลักษณ์มาตรฐานสากลที่ใช้ในระบบ Asian Handicap (แฮนดิแคป)
  • 0-0: มักพบในตารางแสดงราคาบอลแบบดั้งเดิม หรือเว็บบอร์ดวิเคราะห์บอลทั่วไป
  • Draw No Bet (DNB): เป็นศัพท์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในฝั่งยุโรปและเว็บบอลต่างประเทศ แปลตรงตัวคือ “หากเสมอ ไม่มีการเดิมพัน” ซึ่งมีความหมายและเงื่อนไขเดียวกับราคาเสมอ 0.0 ทุกประการ

วิธีคิดเงินราคาเสมอ ชนะ ได้เท่าไหร่ เสมอ คืนทุนไหม

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ราคาเสมอเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักเดิมพันทุกระดับ คือระบบการคิดเงินที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ไม่มีความซับซ้อน โดยแบ่งผลลัพธ์ออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ 

แทงฝั่งทีมเหย้า/ทีมเยือน แล้วผลชนะ (ได้เต็ม)

หากคุณเลือกลงเดิมพันฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แล้วทีมนั้นเป็นฝ่ายชนะในเกมการแข่งขัน (ไม่ว่าจะชนะด้วยสกอร์เท่าไหร่ เช่น 1-0, 3-2 หรือ 5-0) คุณจะได้รับ เงินรางวัลเต็มจำนวน ตามอัตราค่าน้ำ (Odds) ที่คุณเลือกไว้

ผลการแข่งขันจบที่ “เสมอ” (คืนทุน/เจ๊า)

หากการแข่งขันจบลงด้วยผลเสมอกัน (เช่น 0-0, 1-1, 2-2) คุณจะไม่เสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว โดยระบบจะทำการยกเลิกบิลนั้น และ คืนเงินทุนเดิมพันทั้งหมดกลับเข้าสู่บัญชีของคุณทันที (เรียกว่า เจ๊า หรือ คืนทุน)

แทงฝั่งที่แพ้ (เสียเต็ม)

หากทีมที่คุณเลือกลงเดิมพันเป็นฝ่ายแพ้ในการแข่งขัน (ไม่ว่าจะแพ้ด้วยสกอร์เท่าไหร่ก็ตาม) คุณจะ เสียเงินเดิมพันเต็มจำนวน

เลือกแทงฝั่งผลการแข่ง: ชนะผลการแข่ง: เสมอผลการแข่ง: แพ้
ทีมเจ้าบ้านได้เงินเต็ม (ตามค่าน้ำ)คืนเงินทุนเต็มจำนวนเสียเงินเต็มจำนวน
ทีมเยือนได้เงินเต็ม (ตามค่าน้ำ)คืนเงินทุนเต็มจำนวนเสียเงินเต็มจำนวน

ข้อแตกต่างระหว่าง “ราคาเสมอ” กับ “ราคาเสมอควบครึ่ง (0-0.5)”

ความผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นบ่อยในกลุ่มนักเดิมพันมือใหม่ คือการสับสนระหว่าง ราคาเสมอ (0.0) กับ ราคาเสมอควบครึ่ง (0-0.5 หรือ ป.) แม้ชื่อจะคล้ายกันแต่ผลตอบแทนเมื่อเกิดผลเสมอนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง

เปรียบเทียบผลได้-เสียเมื่อเกิดผลเสมอ (คืนทุน vs เสียครึ่ง)

  • เมื่อเล่นราคาเสมอ (0.0): หากผลการแข่งขันจบลงด้วยการ เสมอ ระบบจะ คืนเงินทุนเต็ม 100% ไม่ว่าคุณจะแทงฝั่งไหนก็ตาม ถือเป็นการความเสี่ยงเป็นศูนย์เมื่อเกิดผลเสมอ
  • เมื่อเล่น ราคาเสมอควบครึ่ง (0-0.5 / ป.): ราคานี้จะมีการแบ่งทีมต่อและทีมรองชัดเจน
    • หากคุณแทง ทีมต่อ แล้วผลจบ เสมอ = คุณจะ เสียเงินครึ่งหนึ่ง ของทุน
    • หากคุณแทง ทีมรอง แล้วผลจบ เสมอ = คุณจะ ได้เงินครึ่งหนึ่ง ของกำไร

ข้อสรุป ราคาเสมอ (0.0) ถือเป็นตัวเลือกที่เพลย์เซฟและช่วยปกป้องทุนของคุณได้ดีกว่าราคาเสมอควบครึ่ง เพราะมีตาข่ายรองรับเป็นเงินคืนเต็มจำนวนหากไม่มีผลแพ้ชนะ

แทงบอลราคาเสมอ ฝั่งไหนได้เปรียบ 3 เทคนิคเลือกทีมเล่นให้ได้กำไร

แม้ราคาเสมอจะเป็นราคาที่มีความเสี่ยงต่ำเพราะมีตัวช่วยคืนทุน แต่เป้าหมายหลักของการเดิมพันคือ “กำไร” การจะเลือกฝั่งให้เข้าเป้าอย่างสม่ำเสมอ จำเป็นต้องใช้ 3 เทคนิคการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้:

1. เลือกแทงทีมเจ้าบ้าน (ได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์และสภาพสนาม)

ตามสถิติของฟุตบอลอาชีพ เมื่อราคาเปิดออกมาที่ราคาเสมอ ซึ่งแสดงว่าทั้งสองทีมมีเกรดบอลใกล้เคียงกัน การเลือกฝั่ง “ทีมเจ้าบ้าน” มักสร้างความได้เปรียบมากกว่าเสมอ เนื่องจากทีมเจ้าบ้านคุ้นเคยกับขนาดและสภาพสนาม ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล และที่สำคัญคือได้กำลังใจจากแฟนบอลในบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้ทีมเปิดหน้าบุกเพื่อเก็บ 3 คะแนน

2. วิเคราะห์ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดและอันดับในตาราง

อย่าตัดสินใจจากเพียงแค่ชื่อชั้นหรือความเก๋าของทีม ให้เจาะลึกไปที่ ผลงาน 5 นัดหลังสุด

  • มองหาทีมที่กำลังอยู่ในช่วง “โมเมนตัมดี” เช่น ชนะติดต่อกัน หรือมีแนวรุกที่กำลังคม
  • เช็กความต้องการแต้มในตารางคะแนน ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น หรือกำลังลุ้นพื้นที่บอลถ้วยยุโรป มักจะมีความมุ่งมั่นและหัวจิตหัวใจในการเล่นสูงกว่าทีมที่อยู่อันดับกลางตารางซึ่งไม่มีลุ้นอะไรแล้ว

3. เช็กค่าน้ำ (Odds) ของราคาเสมอ เพื่อดูความไหลของราคา

ค่าน้ำคือดัชนีชี้วัดทิศทางของเงินและการวิเคราะห์จากบุกเกอร์ หากราคาเปิดมาที่เสมอเหมือนกัน ให้สังเกต การไหลของค่าน้ำช่วง 1 ชั่วโมงก่อนแข่ง:

  • หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งเดิมทีค่าน้ำสูง แต่พอใกล้แข่งค่าน้ำปรับ ลดลงอย่างต่อเนื่อง (ราคาไหลลง) แสดงว่ามีเงินลงเดิมพันฝั่งนั้นเป็นจำนวนมาก หรือมีปัจจัยบวก เช่น ตัวหลักฝั่งตรงข้ามเจ็บกะทันหัน
  • การเลือกลงเดิมพันตามฝั่งที่ค่าน้ำไหลลง มีเปอร์เซ็นต์ในการชนะเดิมพันสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

สรุป: การแทงบอลราคาเสมอ (0.0) เป็นตัวเลือกการเดิมพันที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความชัวร์และต้องการลดความเสี่ยงจากการเสียเงิน เพียงแค่คุณนำแนวทางวิธีคิดเงินและ 3 เทคนิคการวิเคราะห์ไปปรับใช้ การทำกำไรจากราคาเสมอก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ระบบสามาชิก VIP

รายได้คอมมิชชั่น

แนะนำเพื่อน

คูปอง

โบนัสพิเศษ

ถ่ายทอดสด

โปรโมชั่น

ข่าวสาร

กิจกรรม

ฝาก – ถอน

ติดต่อเรา

LINE